ฟอกสีฟัน (Tooth whitening)

ฟอกสีฟัน (Tooth whitening)

ฟอกสีฟัน (Tooth whitening)

ฟอกสีฟัน (Tooth whitening)

การฟอกสีฟันเป็นวิธีที่อนุรักษ์เนื้อฟัน (conservative) ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการทำให้ฟันที่เปลี่ยนสีไป มีสีที่สว่างขึ้น โดยวันนี้ สุขสันสไมล์พลัส คลินิก จะแบ่งออกได้เป็นสามวิธีหลักๆ ให้ได้ทราบกันคือ

            1. การฟอกสีฟันแบบ in-office ด้วยน้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง (In-office whitening)

            2. การฟอกสีฟันที่บ้านโดยใช้สารฟอกสีร่วมกับถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล (At-home whitening with custom fabricated trays)

            3. การฟอกสีฟันโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวางขายในท้องตลาด (Over-the-counter products) เช่น แผ่นแปะฟอกฟันขาว (Strips), เจลป้ายฟัน (Paint-on gels) หรือยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาว

ทำไมฟันถึงเปลี่ยนสี?

            ฟันของคนเรามีองค์ประกอบต่างๆ มากมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น โดยผิวฟันจะมีลักษณะที่มีรูพรุนขนาดเล็กๆ ตามธรรมชาติ ทำให้สารโมเลกุลเล็กๆ สามารถแพร่ผ่านเข้าไปได้ โดยจะเกิดได้จากทั้งสาเหตุจากภายนอกและภายใน สาเหตุภายนอก (Extrinsic) เช่น อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีต่างๆ แล่ะสาเหตุภายในซึ่งเกิดจากการได้รับสารหรือโมเลกุลที่ก่อให้เกิดสีบางอย่างในขณะที่มีการสร้างฟัน เช่น ยาเตตระไซคลิน (tetracycline), ฟลูออไรด์ (Fluoride) ทำให้โมเลกุลที่มีสีเหล่านั้นเข้าไปสะสมอยู่ภายในเนื้อฟัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีขึ้น

หลังจากฟอกสีฟัน ฟันจะขาวขึ้นได้แค่ไหน?

            ระดับการขาวขึ้นของฟันจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเปลี่ยนสีของฟัน และความคาดหวังของผู้ป่วย โดยการเปลี่ยนสีที่มีสาเหตุจากภายนอก เช่น จากการบริโภคอาหารที่มีสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ หรือกาแฟ จะตอบสนองต่อการฟอกสีฟันได้มากกว่าการเปลี่ยนสีของฟันที่มีสาเหตุจากภายใน เช่น การติดสีจากการทานยาบางประเภท (Tetracyclin staining) แต่อย่างไรก็ตามหากใช้วิธีที่เหมาะสม ก็อาจทำให้ฟันขาวขึ้นได้จนเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยหากเป็นการฟอกที่คลินิกผู้ป่วยจะสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังการฟอกสีฟัน แต่หากเป็นการฟอกเองที่บ้าน ฟันจะค่อยๆ มีสีสว่างๆ ขึ้นอย่างช้าๆ โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการใส่ถาดฟอกสีฟันของผู้ป่วยด้วย

ฟันขาวขึ้นได้อย่างไร?

            กระบวนการทำงานของสารฟอกสีฟันจะแบ่งได้ออกเป็นคร่าวๆ 3 ขั้นตอน คือ การเคลื่อนที่ของสารฟอกสีฟัน (Hydrogen peroxide; H2O2) แพร่ผ่านจากผิวฟันภายนอกเข้าไปสู่ชั้นที่ลึกขึ้นของเนื้อฟัน จากนั้นสารฟอกสีฟันจะแตกตัวและเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลที่มีสีในเนื้อฟัน (Oxidizing reaction) และทำให้โมเลกุลเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ทำให้มีสีที่อ่อนลง ทำให้ฟันดูสว่างขึ้น โดยผลที่ได้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร และระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกสีฟัน


การฟอกสีฟันมีอันตรายหรือไม่
?

            การฟอกสีฟันทั้งแบบฟอกที่คลินิก และฟอกเองที่บ้านนั้นจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีการให้คำแนะนำผู้ป่วยอย่างละเอียดโดยทันตแพทย์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ป่วย โดยความเข้มข้นของสารฟอกสีที่ใช้จะไม่ได้มีความเข้มข้นสูงมากเกินไปจนเป็นอันตราย เป็นสารที่ได้รับการรับรองจาก American Dental Association (ADA) ว่ามีความปลอดภัยสามารถใช้งานในผู้ป่วยได้

ความแตกต่างของการฟอกสีฟันเองกับฟอกที่คลินิก?

            การฟอกสีฟันเองที่บ้านนั้นจะใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 10% (Carbamide peroxide) ซึ่งเป็นสารที่จะเกิดการแตกตัวอย่างช้าๆ และค่อยๆ เกิดปฏิกิริยาดังนั้นควรใช้เวลาในการฟอกประมาณ 1-8 ชั่วโมงต่อวัน และฟอกเป็นระยะเวลา 1-4 สัปดาห์ (แล้วแต่ยี่ห้อและความเข้มข้นของสาร) มีข้อดีคือ ทำได้ค่อนข้างง่าย มีความปลอดภัยกว่าแบบการฟอกสีฟันในคลินิกทนัตกรรม เนื่องจากมีความเข้มข้นของสารฟอกสีฟันที่น้อยกว่า มีประสิทธิภาพดี ค่าใช้จ่ายย่อมเยากว่า (cost-effective) เป็นการประหยัดเวลาของผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องไปพบ ทันตแพทย์หลายครั้ง แต่มีข้อเสียคือ ผู้ป่วยต้องให้ความ ร่วมมือในการใส่ถาดฟอกสีฟัน อาจต้องใช้เวลานาน ถึง 2 สัปดาห์ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสีฟัน

ส่วนการฟอกสีฟันที่คลินิกนั้นจะทำการฟอกโดยทันตแพทย์ โดยก่อนทำจะมีการป้องกันเหงือกและกั้นน้ำลายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการฟอกสูงสุด โดยมักจะใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูงประมาณ 25-40% และใช้เวลาฟอกไม่เกิน 30-60 นาที โดยจะแบ่งการฟอกออกเป็นรอบ (แล้วแต่ความเข้มข้นของสาร) โดยมีข้อดีคือ  สีของฟันขาวขึ้นได้อย่างรวดเร็วในการ ฟอกสีฟันเพียงครั้งเดียว ผู้ป่วยไม่ต้องใส่ถาดฟอกสี ฟันหรือทำการฟอกสีฟันเองที่บ้าน ลดปริมาณน้ำยาฟอกสีฟันที่ผู้ป่วยอาจกลืนลงไปได้ แต่ข้อเสียคือ  มี ค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลาที่ให้การรักษาบนเตียงทันตกรรม (chair-time) ค่อนข้างนาน มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูงกว่าในเรื่องของอันตรายต่อเนื้อเยื่ออ่อน และโอกาสเกิดอาการเสียวฟันหลังการฟอกสีฟันสูง ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเพราะต้องนอนอยู่บนเตียงทันตกรรมเป็นเวลานาน

ทำไมฟอกสีฟันถึงเสียวฟัน?

            ในขณะที่ทำการฟอกสี น้ำยาฟอกสีฟันที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมากๆ จะสามารถแพร่เข้าไปในเนื้อฟันเพื่อจะเกิดปฏิกิริยาการฟอกสีได้ โดยการแพร่ของสารเข้าไปนั้นก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากลักษณะและองค์ประกอบของฟันของผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งความหนา หรือรูพรุนของเนื้อฟันและยังขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของน้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้ด้วย บางคนอาจไม่พบอาการเสียวฟันเลย โดยน้ำยาฟอกสีฟันในปัจจุบัน มีการใส่สารลดอาการเสียวฟันเข้าไปด้วย จึงช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ให้กับผู้ป่วยได้ หรือหากมีอาการเสียวหลังฟอกสี ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาสีฟันเพื่อลดอาการเสียวฟันร่วมด้วยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตามอาการเสียวที่พบมักพบเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ฟันที่ฟอกแล้วจะขาวได้นานแค่ไหน?

            ผลของการฟอกสีฟันนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไป แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยด้วย